posted on 08 Nov 2008 00:21 by 44514021
บทความนี้ไม่มีอะไรมากมายครับ นอกจากเพิ่มความสะดวกในการตั้งสายกีตาร์
สายที่ 1 จะต้องมีระดับเสียง E หรือเสียง มี (สูง)
สายที่ 2 จะต้องมีระดับเสียง B หรือเสียง ที
สายที่ 3 จะต้องมีระดับเสียง G หรือเสียง โซล
สายที่ 4 จะต้องมีระดับเสียง D หรือเสียง เร
สายที่ 5 จะต้องมีระดับเสียง A หรือเสียง ลา
สายที่ 6 จะต้องมีระดับเสียง E หรือเสียง มี (ต่ำ)
แต่บางครั้งมันก็ดูยากเกินสำหรับมือใหม่นะครับ ผมจึงนำเครื่องมือเพิ่มสะดวกมาให้ใช้ครับ ข้างล่างได้เลย
ทฤษฎีการตั้งสาย
กีต้าร์การตั้งสายกีต้าร์ สามารถทำได้โดยเริ่มตั้งสายกีต้าร์จากสายล่างสุดก่อน สายล่างสุดจะเป็น key Eหากมีเครื่องตั้งสายกีต้าร์ ก็สามารถเทียบกับเครื่องทีละสายได้เลย แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่มีเครื่องตั้งสายให้ยึดเอาเส้นล่างสุดเป็นหลักก่อน จากนั้นทำตามขั้นตอนการตั้งสายกีต้าร์ ดังต่อไปนี้การตั้งสายกีต้าร์
สายที่ 1 เทียบ 2
ให้ทำการกดสายที่ 2 เฟรตที่ 5 แล้วดีดสาย 2 กับ 1 พร้อมกันลองฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่หากเป็นเสียงตรงกันไม่เกิดเสียงวน ก็แสดงว่าตั้งสายกีต้าร์ 2 สายนี้ตรงแล้วการตั้งสายกีต้าร์
สายที่ 2 เทียบ 3
ให้ทำการกดสายที่ 3 เฟรตที่ 4 แล้วดีดสาย 3 กับ 2 พร้อมกันลองฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่หากเป็นเสียงตรงกันไม่เกิดเสียงวน ก็แสดงว่าตั้งสายกีต้าร์ 2 สายนี้ตรงแล้วการตั้งสายกีต้าร์
สายที่ 3 เทียบ 4
ให้ทำการกดสายที่ 4 เฟรตที่ 5 แล้วดีดสาย 4 กับ 3 พร้อมกันลองฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่หากเป็นเสียงตรงกันไม่เกิดเสียงวน ก็แสดงว่าตั้งสายกีต้าร์ 2 สายนี้ตรงแล้วการตั้งสายกีต้าร์
สายที่ 4 เทียบ 5
ให้ทำการกดสายที่ 5 เฟรตที่ 5 แล้วดีดสาย 5 กับ 4 พร้อมกันลองฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่หากเป็นเสียงตรงกันไม่เกิดเสียงวน ก็แสดงว่าตั้งสายกีต้าร์ 2 สายนี้ตรงแล้วการตั้งสายกีต้าร์
สายที่ 5 เทียบ 6
ให้ทำการกดสายที่ 6 เฟรตที่ 5 แล้วดีดสาย 6 กับ 5 พร้อมกันลองฟังดูว่าเสียงที่เกิดขึ้นจาก 2 สายนี้เป็นเสียงเดียวกันหรือไม่หากเป็นเสียงตรงกันไม่เกิดเสียงวน ก็แสดงว่าตั้งสายกีต้าร์ 2 สายนี้ตรงแล้ว
posted on 07 Nov 2008 13:13 by 44514021
พฤติกรรมเล่นกีฬาของคุณ เป็นแบบนี้หรือไม่?
1. คุณเป็นคน ที่ใส่รองเท้าไม่ตรงกับประเภทกีฬาหรือไม่? (Now!)
2. คุณเป็นคนที่ ไม่ชอบใส่ถุงเท้าเล่นกีฬาหรือไม่? (Now!)
3. คุณเป็นคนที่ ไม่ชอบ วอร์มร่างกาย ก่อนลงสนามหรือไม่? (Coming soon!)
บทความนี้จะเป็นการกล่าวถึงรองเท้ากีฬาต่างๆ ว่ามีชนิดอะไรบ้างนะครับ และความสำคัญของเจ้ารองเท้าพวกนี้มีส่งผลอะไรบ้างกับการเล่นกีฬาและความปลอดภัย
ต้องเกริ่นก่อนนะครับว่า บทความนี้จะเกิดไม่ได้เลยถ้าคนรอบข้างของผมไม่มีปัญหากับรองเท้า หรือพูดง่ายๆว่า ผมเจอคนข้างกายของผมบ่นเกี่ยวกับรองเท้าได้ทุกวี้ทุกวัน
สำหรับเพื่อนๆที่ไม่มีปัญหากับรองเท้านั้น ก็สามารถดูข้อมูลเป็นเกร็ดความรู้ได้นะครับ
ชนิดของรองเท้ากีฬา สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้
- รองเท้าวิ่ง (running shoes)
- รองเท้ากีฬาประเภทคอร์ท (court shoes) เช่น
แบดมินตัน
เทนนิส
บาสเกตบอล
วอลเลย์บอล
- รองเท้ากีฬาประเภทสนาม (field shoes) เช่น
ฟุตบอล
กอล์ฟ
ประโยชน์ของลักษณะรองเท้าชนิดต่างๆ
- รองเท้าวิ่ง (Running Shoes)
มีการศึกษาพบว่า 50%-70% ของนักวิ่งได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง ทั้งนี้เนื่องจากในขณะวิ่ง 200%-300% ของน้ำหนักตัว กดลงบริเวณส้นเท้า(หรือปลายเท้าในนักวิ่งเร็วระยะสั้น) ดังนั้นรองเท้าวิ่งจึงมีบทบาทสำคัญต่อนักวิ่งเป็นอย่างยิ่ง บทบาทของรองเท้าวิ่ง ได้แก่- ช่วยรับและกระจายน้ำหนัก วัสดุที่ใช้โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าจะมีคุณสมบัติพิเศษในการกระจายแรงกระแทกไปสู่ส่วนต่างๆ รวมทั้งถ่ายเทน้ำหนักลงสู่พื้น- ป้องกันการเกิดการบาดเจ็บ ส่วนพื้นรองเท้าชั้นนอกโดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าจะมีลักษณะบานกว้างออก เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคงในแต่ละก้าวที่วิ่งไป- ช่วยเพิ่มความสามารถในการวิ่ง ลดปริมาณการใช้งานของกล้ามเนื้อน่องและเข่า
- รองเท้ากีฬาประเภทคอร์ท (Court Shoes)
การเล่นกีฬาประเภทคอร์ทมีลักษณะการเคลื่อนไหวเฉพาะตัวที่แตกต่างจากกีฬาประเภทอื่น ได้แก่ ลักษณะการยืนในท่าเตรียมพร้อมโดยน้ำหนักกดลงบริเวณปลายเท้า มีการเคลื่อนไหวทั้งในแนวหน้าหลังและด้านข้าง โดยการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างรวดเร็วและหยุดกระทันหัน และนอกจากการเคลื่อนไหวในแนวระนาบแล้วยังมีการกระโดดอีกด้วย ดังนั้นรองเท้ากีฬาประเภทคอร์ทจึงต้องมีลักษณะและบทบาทเฉพาะตัว ได้แก่- ช่วยรับและกระจายน้ำหนัก วัสดุที่ใช้โดยเฉพาะบริเวณฝ่าเท้าส่วนหน้า และส้นเท้าจะมีคุณสมบัติในการรับและถ่ายเทแรงที่มาจากทิศทางต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และช่วยลดปริมาณการใช้งานของกล้ามเนื้อ- ป้องกันการเกิดการบาดเจ็บ วัสดุที่ใช้มีความแข็งแรงทนทาน และกระชับบริเวณฝ่าเท้า และส้นเท้าเพื่อรองรับการเคลื่อนไหวในทิศทางต่างๆ และช่วยประคองข้อเท้าสำหรับรองเท้าชนิดหุ้มข้อ- ลวดลายรูปแบบของพื้นด้านนอก (tread pattern) จะมีลักษณะพิเศษซึ่งจะมีผลต่อความยืดหยุ่น ความลื่น และเป็นจุดหมุนของรองเท้า- ขอบพื้นรองเท้าชั้นนอกจะหนา เพื่อป้องกันการสึกของขอบพื้นรองเท้าจากการเคลื่อนไหว และการลากเท้าในทิศทางต่างๆ
- รองเท้ากีฬาประเภทสนาม (Field Shoes)
ลักษณะการเคลื่อนไหวของกีฬาประเภทสนามเป็นการเคลื่อนไหวในทุกทิศทางอย่างรวดเร็วและหยุดกระทันหัน รวมทั้งมีการกระโดด และอาจมีการเตะลูกบอล ดังนั้นบทบาทสำคัญของรองเท้ากีฬาประเภทนี้ ได้แก่- รองเท้าต้องมีความกระชับและยืดหยุ่นดี เพื่อให้ผู้เล่นสามารถรู้สึกถึงสัมผัสในขณะสัมผัสลูกบอล ในขณะเดียวกันวัสดุที่ใช้ต้องเป็นวัสดุที่สามารถป้องกันการเกิดการบาดเจ็บต่อเท้าได้ด้วย- บริเวณพื้นรองเท้าจะมีปุ่มเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับพื้นสนาม และป้องกันการลื่นล้ม- รองเท้ากอล์ฟที่มีคุณภาพดี จะช่วยในการถ่ายน้ำหนักซ้ายขวา ตามวงสวิงของผู้เล่นด้วย
- ถุงเท้า
นอกจากรองเท้าจะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเล่นกีฬาดังได้กล่าวแล้ว ถุงเท้าก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หน้าที่สำคัญของถุงเท้า ได้แก่- ช่วยลดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้า- ช่วยในการดูดซับและระบายความชื้น- ช่วยในการรับและส่งผ่านแรงกระแทก- ช่วยควบคุมอาการบวมที่อาจเกิดขึ้นจากการเล่นกีฬา
แผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นใน โดยทั่วไปแล้วสำหรับผู้ที่มีลักษณะเท้าปกติ หากเลือกใช้รองเท้าคุณภาพดีพอใช้ เหมาะสมกับประเภทของกีฬา และเลือกขนาดรองเท้าที่พอดีนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นในอีก แผ่นเสริมชนิดนี้จะมีประโยชน์ในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเท้า หรือใส่รองเท้าไม่พอดี หากมีปัญหาเพียงเล็กน้อยก็สามารถหาซื้อแผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นในซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาดได้ แต่หากมีปัญหามากควรไปพบแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อตรวจประเมินปัญหา และอาจต้องทำแผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นในซึ่งทำขึ้นเฉพาะสำหรับแก้ปัญหานั้นๆ ประโยชน์ของแผ่นเสริมรองฝ่าเท้าชั้นใน ได้แก่- ช่วยกระจายการรับน้ำหนักสู่ส่วนต่างๆ ของฝ่าเท้า- ช่วยลดการเสียดสีระหว่างเท้ากับรองเท้า- ช่วยในการรับและส่งผ่านแรงกระแทก- ช่วยควบคุมเท้าให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะสม
บัญญัติ 10 ประการก่อนเลือกซื้อรองเท้า
1. ไม่มีมาตรฐานของขนาดรองเท้า รองเท้าต่างยี่ห้อเบอร์เดียวกันอาจไม่เท่ากันก็ได้ หรือแม้แต่รองเท้ายี่ห้อเดียวกันแต่คนละรุ่น เบอร์เดียวกันก็อาจจะไม่เท่ากันได้
2. วัดขนาดของเท้าทั้งสองข้างก่อนเลือกซื้อรองเท้าเสมอ เนื่องจากคนส่วนใหญ่เท้าทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน
3. เลือกรองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้า เช่น หากหน้าเท้ากว้างก็ควรเลือกรองเท้าที่มีลักษณะหน้าเท้ากว้าง ควรคิดไว้เสมอว่ารองเท้ามีไว้เพื่อป้องกันเท้า มิใช่ทำให้เท้าเจ็บ
4. ลองรองเท้าในแบบ ขนาดและรูปทรงต่างๆ ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้รองเท้าที่เหมาะสมกับเท้าของเรามากที่สุด
5. ความยาวที่เหมาะสม คือ ควรจะมีพื้นที่เหลือระหว่างปลายนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดกับขอบในรองเท้าประมาณ 3/8 ถึง 1 นิ้วฟุต
6. ความกว้างที่เหมาะสม คือ ส่วนที่กว้างที่สุดของเท้าอยู่ตรงกับส่วนที่กว้างที่สุดของรองเท้า
7. ส้นเท้าพอดี ไม่หลวมและไม่หลุดในขณะเดินหรือวิ่ง
8. หากเท้ามีปัญหาจำเป็นต้องใช้วัสดุเสริม ควรนำวัสดุเสริมไปลองใส่กับรองเท้าด้วย
9. ควรเลือกซื้อรองเท้าให้เหมาะสมกับชนิดของกิจกรรม และเลือกซื้อในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกับเวลาที่จะใช้รองเท้านั้น เช่น หากจะวิ่งออกกำลังในช่วงเย็น ก็ควรไปเลือกซื้อรองเท้าในช่วงเย็น เนื่องจากเท้ามักจะขยายขนาดในช่วงเย็น
10. ลองสวมรองเท้าทั้งสองข้างเดินทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อรองเท้า
edit @ 7 Nov 2008 13:14:39 by สงบจิตสงบใจ
posted on 07 Nov 2008 12:50 by 44514021
สำหรับบทความนี้ผมจะขอแนะนำถึงวิธีเลือกซื้อไม้แบดกันครับว่ามีวิธีเลือกซื้ออย่างไร...ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าคงจะไม่สามารถแนะนำได้ลึกซึ้งนะครับ
เวลาจะซื้อไม้แบดนั้นหลายคนมักถามว่ารุ่นใหนดีที่สุด ขอบอกว่าแต่ละรุ่นก็มีข้อดีข้อเสียของรุ่นนั้นๆ รุ่นหนึ่งอาจจะดีในเรื่องหนึ่งแต่ก็จะมีข้อเสียอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นจึงควรถามว่ารุ่นไหนเหมาะกับเรามากที่สุดสำหรับไม้แบดก็จะมีคุณสมบัติด้านต่างๆดังนี้
1.น้ำหนัก 2u 3u 4u โดยเลขยึ่งมากยึ่งเบา (น้ำหนักรวมของไม้)แต่ไม้ที่น้ำหนักรวมเบากว่าก็อาจจะรู้สึกว่าหัวไม้หนักกว่าได้ เนื่องจากการถ่วงน้ำหนักของไม้ว่าถ่วงไปด้านใด บางรุ่นก็ถ่วงหัว บางรุ่นก็ถ่วงด้าม บางรุ่นก็เฉลี่ยเท่าๆกันทั้งไม้ ดังนั้นนอกจากจะดูน้ำหนักรวมแล้วยังต้องดูการถ่วงน้ำหนักด้วย ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือลองเหวี่ยงตีดูสำหรับคนชอบเล่นหน้า, เล่นทาง, และเน้นรับ ก็ควรที่จะเลือกไม้เบา เพื่อความรวดเร็วในการพลิกเปลี่ยนหน้าไม้ส่วนคนชอบตบ ก็ต้องใช้ไม้ที่หัวหนักหน่อย ถึงจะตบได้มันส์และมีน้ำหนัก

2.ขนาดด้าม g2 g3 g4 g5 ซึ่งมาตรฐานอาจจะต่างกัน บางยี่ห้อเลขมากด้ามเล็ก บางยี่ห้อเลขมากด้ามใหญ่ วิธีที่ดีที่สุดก็คือลองจับดู (อีกแล้ว ) อีกอย่างที่ต้องพิจารณาก็คืออย่าลืมเผื่อขนาดที่จะใหญ่ขึ้นเมื่อพันด้ามด้วยผ้าหรือยางกันลื่นนั่นเอง สำหรับผมแนะนำว่าเลือกด้ามเล็กไว้ก่อน เพราะสามารถเลือกที่พันด้าม(over grip)มาพันให้หนาขึ้นได้ ซึ่งที่พันด้ามก็จะมีหลายความหนาให้เลือกซื้ออยู่แล้ว ซึ่งการพันด้ามนั้นจะช่วยกันลื่นเวลาเหงื่อออก อีกวิธีก็คือการซื้อ replacement grip มาพันแทน grip ของเดิมที่มากับไม้เลย แต่วิธีนี้ผมไม่แนะนำครับ ปล่อยของเดิมไว้อย่างนั้นแล้วพันทับดีกว่า

3.ความตึงเอ็นสูงสุดที่ไม้รับได้ โดยจะแบ่งเป็นแนวตั้ง(main) กับแนวนอน(cross) ซึ่งจะไม่เท่ากัน แนวตั้งจะรับได้น้อยกว่าแนวนอนไม้ที่เบากว่ามักจะรับความตึงได้น้อยกว่าเนื่องจากความบอบบางของเฟรมนั่นเอง สำหรับผู้เล่นทั่วไปนั้นก็จะขึ้นเอ็นกันที่ 16-18 ปอนด์ ไม้ที่รับได้ 20 ปอนด์ก็เพียงพอ แต่ผู้เล่นที่ฝีมือดีหน่อยก็มักจะชอบเอ็นตึงๆ ขึ้นกัน 18-20 ปอนด์ บางคนขึ้นถึง 24 ปอนด์เลยก็มีอันนี้ก็ต้องดูจาก spec ที่เขียนไว้ที่โคนไม้ จะบอกไว้ทั้ง 2 แนวสำหรับเอ็นที่มากับไม้นั้นขอบอกว่าหย่อนมาก สำหรับผู้เล่นระดับเริ่มต้นก็พอตีไปก่อนได้ แต่อย่าหวังว่ามันจะขาดแล้วค่อยเปลี่ยนนะครับ มันไม่ขาดง่ายๆหรอก (แหมก็ทั้งเหนียวทั้งหย่อน) สำหรับผู้ที่คิดจะตีจริงจังหรือตีให้เก่ง ควรขึ้นเอ็นใหม่ (แนะนำ bg66 18 ปอนด์) หรือรุ่นหรือความตึงตามที่คุณคิดว่าเหมาะ (โปรดติดตามบทความเรื่องวิธีการเลือกเอ็น)
4.คุณสมบัติทางกายภาพจะแบ่งเป็น
4.1 คุณสมบัติใหม่ๆทางเทคโนโลยี (อันนี้มีผลน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อ 1 และ 2) อย่าเลือกไม้เพราะมีเทคโนโลยีดีกว่า แต่ให้เลือกไม้ที่เหมาะกับเรามากกว่า ส่วนถ้ารุ่นที่เหมาะนั้นมีเทคโนโลยีใหม่ๆด้วยก็ดีไป ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องไปกังวลกับมันมากครับเทคโนโลยีที่เห็นๆกัน(อ้างอิงของ yonex)ก็จะมี ultimum ti, titanium mesh (ti mesh), muscle power (MP), armotec ดูรายละเอียดที่เวบ Yonex จะดีกว่า
4.2 รูปร่างเฟรมหัวไม้และความยาวก้าน ไม้รุ่นใหม่ๆมักจะยาวกว่ารุ่นเก่าเล็กน้อยประมาณ 1 ซม. อันนี้ก็ไม่ค่อยมีผลเหมือนกัน หากจับถนัดน้ำหนักเหมาะมือแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ต้องไปกังวล
สำหรับการซื้อไม้นั้นก็คงต้องพิจารณาประกอบถึงผู้ใช้เป็นสำคัญ ว่าซื้อมาเพื่อเล่นระดับใหน ไม้ระดับราคา 400 บ.ขึ้นไปถือว่าใช้ได้แล้วครับ ทีนี้เราก็มาดูว่าตัวเราจะเล่นระดับใหน ก็เลือกราคาให้เหมาะกับระดับที่เราจะเล่น
edit @ 7 Nov 2008 12:51:24 by สงบจิตสงบใจ
edit @ 7 Nov 2008 13:13:57 by สงบจิตสงบใจ